วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2554

ธุรกิจเครือข่าย CAT CDMA ดูกี่ทีก็แปลก

ห่างหายจากการเขียนบทความในบล็อก "อย่าทำธุรกิจเครือข่าย & ธุรกิจออนไลน์" ซะนาน มัวแต่ไปฝึกปรือวิชาการทำมาหากินบนโลกออนไลน์อยู่ วันนี้มีโอกาสที่จะเขียนบทความให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน เป็นเรื่องของ ธุรกิจเครือข่าย CAT CDMA ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับซิมโทรศัพท์ในระบบ 3G ที่ผมได้รู้จักกับธุรกิจนี้ก็เป็นเพราะ ได้รับเมล์จากใครก็ไม่รู้หลายท่าน ที่เค้าเรียกว่า Spam mail มาชักชวน นำเสนอให้เข้ามาร่วมทำธุรกิจเครือข่ายตัวนี้กับเค้า ก็เลยไปหาข้อมูลซะหน่อย

ขึ้นชื่อบทความมาว่า "ธุรกิจเครือข่าย CAT CDMA ดูกี่ทีก็แปลก" เพราะในความรู้สึกผม มันแปลกจริง ๆ ที่จริงอยากจะเขียนเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว แต่กลัวถูกผู้ที่ทำธุรกิจเครือข่ายตัวนี้อยู่ด่าเอา แต่คิดไปคิดมา เอามาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังดีกว่า เป็นอีกหนึ่งมุมมองของผม ซึ่งถ้าผมเข้าใจอะไรผิดไป เดี๋ยวก็ต้องมีคนมาชี้แจงอยู่ดี แต่ถ้าผมเข้าใจถูก คนที่เข้ามาอ่านบทความนี้จะได้ "หู ตา สว่าง" ซักที

ประเด็นที่ว่าแปลก คือ ผมมีข้อสงสัยอยู่ 2 จุด
  • จุดแรก CAT CDMA (กสท.) เป็นองค์กรของรัฐ เค้าอนุญาตให้นำผลิตภัณฑ์มาทำในลักษณะ ธุรกิจเครือข่าย ด้วยหรือ
  • จุดที่สอง เรื่อง รูปแบบของธุรกิจ ผมสงสัยว่า ธุรกิจเครือข่าย CAT CDMA เข้าข่าย Money Game หรือเปล่า
เรามาดูรายละเอียดจากที่ผมวิเคราะห์และหาข้อมูลมากันเลยดีกว่า

ข้อสงสัยในจุดแรก เมื่อลองเช็คข้อมูลจากเว็บของ สคบ. (สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการออกใบอนุญาต ให้กับบริษัทที่ทำธุรกิจเครือข่าย อันนี้เคลียร์ เค้ามีใบอนุญาตจริง ๆ แต่พอไปลองเช็คกับผู้ให้บริการ CAT CDMA ซึ่งก็คือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ได้ความมาว่า กสท. ได้แต่งตั้งให้บริษัทนี้ เป็นตัวแทนในการจำหน่าย "ซิมการ์ด" จริง ซึ่งก็ตรงก็หนังสือที่เค้าเอามาโชว์ แต่เรื่องรูปแบบในการจำหน่าย จะเป็นลักษณะใดนั้น กสท. ไม่ได้กำหนด

จากข้อมูลที่หามาได้จากทาง กสท. ทำให้ทราบว่า ไม่ได้ให้การสนับสนุนหรือรับประกันผลตอบแทนไม่ว่ารูปแบบใด ๆ ที่ผู้จัดจำหน่ายสินค้า/บริการโทรศัพท์ CAT CDMA เสนอให้กับ เจ้าหน้าที่ขาย,ตัวแทนจำหน่ายรายย่อย,สมาชิก,ผู้ร่วมลงทุน หรือผู้ร่วมดำเนินธุรกิจของ ผู้จัดจำหน่ายสินค้า/บริการโทรศัพท์ CAT CDMA และ ที่สำคัญ ไม่มีนโยบายสนับสนุนการขายแบบเครือข่าย ที่มีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ของผู้จัดจำหน่ายสินค้า/บริการโทรศัพท์ CAT CDMA แปลไทยเป็นไทย ได้ว่า กสท. ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือส่งเสริมกับการดำเนินธุรกิจในลักษณะ ธุรกิจเครือข่าย ย่อหน้านี้ เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปอ่านของจริงได้ที่เว็บไซต์ของ CAT CDMA ได้โดยตรงตามลิงค์นี้ http://www.catcdma.com/th/shop.rhtml?shopId=30 โดยเนื้อหาจะอยู่ที่ หมายเหตุ ด้านล่างของหน้าเพจนะครับ

ลึกไปกว่านั้น ไปพบข้อมูลใน ผู้จัดการออนไลน์ ทำให้ทราบว่า ที่จังหวัดน่าน ธุรกิจเครือข่าย CAT CDMA ระบาดหนัก จน กสท.น่าน มีการแจ้งเตือนประชาชน ให้ทำการตรวจสอบข้อมูลก่อนร่วมทำธุรกิจ และแจ้งว่า กสท. ไม่มีนโยบายให้สิทธิประโยชน์จากค่าบริการโทรศัพท์ หรือค่าบริการการใช้อินเทอร์เน็ต เนื่องจากในทางปฏิบัติแล้ว หากผู้ใช้บริการมาชำระค่าโทรศัพท์ที่สำนักงาน กสท.น่าน ก็ไม่มีทางที่เจ้าหน้าที่จะแบ่งเปอร์เซ็นต์ หรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่กลุ่มบุคคลไปกล่าวอ้างได้ เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปดูข้อมูลส่วนนี้ได้ที่ http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000018126

ข้อสงสัยในจุดที่สอง อันนี้ซิครับ เรื่องใหญ่ ตัวบริษัทเค้ากำหนดค่าใช้จ่ายในการสมัคร เป็นจำนวนเงิน 741 บาท (เจ็ดร้อยสี่สิบเอ็ดบาทถ้วน) แบ่งเป็น ค่าซิม 99 บาท ที่เหลืออีก 642 บาท เป็นค่าสมัครเข้ามาทำธุรกิจ หากเพื่อน ๆ ท่านใดที่ทำงานคลุกคลีอยู่กับตัวเลข เห็นตัวเลขจำนวน 642 บาทนี้ ก็จะถึงบางอ้อ เพราะมันคือ จำนวนเงินที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (600x7% = 42) ดังนั้นค่าสมัครที่เค้าจะได้รับจริง ก็เป็นเงิน 600 บาท (จำข้อมูลตรงนี้ไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวเราต้องเอาไปใช้วิเคราะห์กัน) ส่วนค่าซิม บริษัทก็ต้องไปจ่ายให้กับ CAT CDMA (กสท.) อยู่แล้ว อาจจะได้กำไรบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจซื้อมาขายไป สำหรับภาษีมูลค่าเพิ่มก็ต้องไปสู่กระบวนการทางสรรพากรต่อไป คงไม่มีกำรี้กำไรอะไร

ในตัวแผนการจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิก เค้าบอกว่าสมาชิกจะได้ มีเพียง 4 ข้อ ดังนี้
  1. โบนัสขยายซิม ได้ 107 ต่อ ซิม พูดง่าย ๆ ก็คือ ชวนคนมาทำธุรกิจเช่นเดียวกับเรา
  2. โบนัสลิขสิทธิ์ ได้ซิมละ 19.25 บาท จำนวน 5-10 ชั้นลึก ก็คือ คนใต้องค์กร ไปชวนใครมาต่อเราก็ได้ด้วย
  3. โบนัสรายเดือน จากค่าโทร + ค่าเน็ต ได้เงิน 3 บาทต่อเบอร์ โดยสามารถได้รับถึง 3-9 ชั้นลึก
  4. กองทุนสวัสดิการอื่น ๆ
หากพิจารณาโดยคร่าว ๆ จากแผนการจ่ายผลตอบแทนในข้อที่ 1 และ 2 เท่ากับว่า หากเราสมัครเข้าร่วมทำธุรกิจแล้ว จากจำนวนเงินที่บริษัทจะได้รับจริง (ที่บอกให้จำตัวเลขไว้ก่อนไงครับ) จำนวน 600 บาท จะถูกจัดสรรปันส่วนให้แก่สมาชิกผู้มาก่อนเรา ที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า Upline เป็นเงิน 107+(19.25x9คน) ซึ่งก็คือ 280.25 บาท (สองร้อยแปดสิบบาทยี่สิบห้าสตางค์) เท่ากับว่าทางบริษัทจะได้รับเงินก่อนที่จะนำมาจ่ายสำหรับกองทุนสวัสดิการอื่น ๆ ตามแผนข้อ 4 เป็นจำนวน 319.75 บาท (สามร้อยสิบเก้าบาทเจ็ดสิบห้าสตางค์) ตรงนี้ ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจชัดเจนว่า กองทุนสวัสดิการอื่น ๆ ที่ว่านี้ มีอะไรบ้าง เท่าที่ได้รับการชี้แจงจากผู้ที่ทำธุรกิจเครือข่าย CAT CDMA อยู่ ทราบว่า เป็นการทำประกันชีวิตให้ ถ้าจำไม่ผิดวงเงินจะอยู่ที่ 100,000 บาท ซึ่งก็เป็นลักษณะการทำประกันแบบกลุ่ม ค่าใช้จ่ายต่อหัวคงไม่สูงนัก

ส่วนแผนการจ่ายผลตอบแทนข้อ 3 เรื่อง โบนัสรายเดือน จากค่าใช้จ่ายผู้ที่อยู่ใต้เราทำการใช้งานไป ในเมื่อ กสท. บอกว่าไม่มีนโยบายให้ประโยชน์แก่ใครในส่วนนี้ เลยไม่รู้ว่าบริษัทจะเอาเงินจากไหนมาจ่ายให้

จากความคลุมเครือต่าง ๆ ที่กล่าวมา ทั้งในเรื่องนโยบายของ CAT CDMA (กสท.) และ การเป็นเพียงผู้แทนจำหน่าย ไม่ได้มีสินค้าหรือบริการเป็นของตนเอง แต่เรียกเก็บเงินค่าสมาชิก โดยนำเงินนั้นไปจ่ายต่อให้คนในเครือข่าย ส่วนที่เหลือจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ บริษัทรับเต็ม ๆ ไม่ต้องนำมาปรับปรุงสินค้าหรือบริการ (เพราะไม่มีเป็นของตัวเอง) ผมจึงมองว่า ธุรกิจเครือข่าย CAT CDMA น่าจะเข้าข่าย ธุรกิจ Money Game ซึ่งผมเองคง บ๊าย บาย ไม่เอาด้วย

หากผู้ที่กำลังทำ ธุรกิจเครือข่าย CAT CDMA ท่านใดที่เข้ามาอ่านบทความนี้ ถ้าเห็นว่าตรงไหนที่ผมคิดวิเคราะห์มาไม่ถูกต้อง ก็สามารถใช้ blog นี้เป็นที่ชี้แจงได้นะครับ ประชาชนคนอื่น ๆ รวมทั้งผม จะได้เข้าใจให้ถูกต้อง หรือว่า ความเข้าใจของผม "มันถูกอยู่แล้ว"



วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ผู้รู้เคล็ดลับการทำธุรกิจเครือข่าย ปะทะ สุดยอดนักธุรกิจเครือข่ายออนไลน์

เพื่อน ๆ อาจเคยค้นหาข้อมูลใน Google จนได้เข้าไปพบเจอกับ ผู้รู้เคล็ดลับการทำธุรกิจเครือข่าย หรือ สุดยอดนักธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ กันไปบ้างแล้ว แล้ว Super Hero ในวงการธุรกิจเครือข่ายทั้งสองกลุ่ม เหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้เราจะได้รู้กัน

ตามจริงแล้ว Super Hero ทั้งสองกลุ่มนี้มีสิ่งที่เหมือนกันอยู่ 2 อย่างคือ มีความรู้เรื่องการตลาดดึงดูด (Attraction Marketing) และ มีความรู้ในเรื่องการใช้เครื่องมือในการทำการตลาดออนไลน์ ส่วนที่แตกต่างกันมีเพียงนามสมมุติที่ใช้เรียกตัวเองเท่านั้น แล้วใครจะเจ๋งกว่ากัน เราไปดูกันต่อ

ขอเปรียบเทียบบุคคล 2 กลุ่มนี้กับตัวละครเกี่ยวกับ Super Hero ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีก็แล้วกัน ให้กลุ่มแรกเป็น BATMAN อีกกลุ่มเป็น IRON MAN ทั้งสองเป็นเศรษฐีเหมือนกัน มีเครื่องไม้เครื่องมือไฮเทคเหมือนกัน สุดท้ายมีวัตถุประสงค์เดียวกัน เรียกว่ามีเจตนารมย์เดียว คือ กำจัดคนพาล อภิบาลคนดี

นักธุรกิจเครือข่ายทั้งสองกลุ่ม ก็เช่นกัน เป็นเศรษฐีความรู้เหมือนกัน รู้จักใช้เครื่องมือโฮเทคมาทำการตลาดออนไลน์เหมือนกัน แถมยังมีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ สร้างนักธุรกิจเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จ แต่การจะสร้างใครให้ประสบความสำเร็จของเขานั้น สิ่งที่จำเป็นอย่างแรกคือ "ต้องร่วมธุรกิจกับเขาเท่านั้น" เพราะความสำเร็จของลูกทีม (Downline) ก็เป็นส่วนหนึ่งของแม่ทีม (Upline) หากไม่เช่นนั้นแล้ว คนที่สนใจอยากได้ความรู้และวิธีการทำงานแต่ไม่เข้าร่วมธุรกิจ ก็จะได้รับเพียง Concept กว้าง ๆ ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพราะทำไม่เป็นนั่นเอง

ด้วยความเคารพต่อบุคคลทั้งสองกลุ่ม ผมคงต้องขออนุญาตไม่ฟันธงว่าใครเจ๋งกว่ากัน เพื่อน ๆ คงตัดสินได้เอง แต่หากมี Super Hero เกิดขึ้นมาอีกกลุ่ม เป็นกลุ่มที่มีความรู้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน รู้จักวิธีการใช้เครื่องมือไฮเทคเหมือนกัน มีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างนักธุรกิจเครือข่ายที่ประสบความสำเร็จเหมือนกัน แต่ไม่จำเป็นต้องเข้ามาทำธุรกิจตัวเดียวกัน เพียงนำความรู้ที่ได้ไปใช้และพัฒนาทีมงานในธุรกิจของตัวเอง เพื่อน ๆ พร้อมและอยากที่จะเรียนรู้จาก Super Hero กลุ่มนี้ไหม ถ้าคิดว่าพร้อมและอยากเรียนรู้ นี่คือ ประตูสู่การเรียนรู้การทำธุรกิจออนไลน์

แด่ความสำเร็จของเพื่อน ๆ
Mr.Supawat

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2553

อยากทำธุรกิจเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จ ต้องเปลี่ยนแนวคิด

ในการทำธุรกิจเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ไ้ด้เป็นเรื่องที่ง่ายดายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินความสามารถของคนธรรมดา เพียงแต่นักธุรกิจเครือข่าย จะต้องมีแนวคิดและมีความเข้าใจในหลักการของการทำธุรกิจอย่างถ่องแท้ มีหลาย ๆ แนวคิดที่ได้รับการถ่ายทอดกันมา เรียกได้ว่าเป็นแนวคิดที่บิดเบือนความจริง ทำให้ผู้คนที่เข้ามาทำธุรกิจเกิดความเข้าใจผิด อันเป็นผลให้ล้มเหลวในการทำธุรกิจเครือข่าย เรามาดูกันว่าแนวคิดอะไรบ้างที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้ถูกต้อง และเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนเป็นเพราะอะไร

แนวคิดเรื่องแผนการตลาด
อันที่จริงแล้ว ตลาด หมายถึง สถานที่ที่ผู้ซื้อและผู้ขายได้มาเจอกัน เพื่อเจรจาตกลงซื้อ-ขายกัน ส่วนคำว่า การตลาด หมายถึง การกระทำใด ๆ ก็ตามที่สามารถทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้มาพบกัน ดังนั้น แผนการตลาด จึงหมายถึง แผนดำเนินการที่ได้กำหนดไว้เพื่อนำไปปฏิบัติ เพื่อก่อให้เกิดผลลัพธ์ คือ การได้พบเจอกันของผู้ซื้อและผู้ขาย

มีนักธุรกิจเครือข่ายหลายท่านเรียก แผนรายได้ หรือ แผนการจ่ายผลตอบแทน ว่าเป็น แผนการตลาด อันนี้ไม่ถูกต้อง เพราะแผนรายได้ หรือ แผนการจ่ายผลตอบแทน ของทุก ๆ บริษัท ไม่ได้มีส่วนไหนเลยที่กล่าวถึงเรื่องการทำให้ผู้ซื้อ-ผู้ขายได้มาพบเจอกัน ซึ่งก็คือ การตลาด แต่จะเป็นเรื่องของการจ่ายผลตอบแทนให้กับนักธุรกิจเครือข่าย เมื่อสามารถทำผลงานเข้าหลักเกณฑ์ ที่จริงแล้วแผนรายได้/แผนการจ่ายผลตอบแทน เป็นเพียงส่วนหนึ่งเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจเข้าร่วมทำธุรกิจ ดังนั้น แผนรายได้/แผนการจ่ายผลตอบแทน จึงไม่ใช่ แผนการตลาด

ทำธุรกิจเครือข่ายไม่ต้องขายของ
นักธุรกิจเครือข่ายเกือบแทบทุกบริษัท มักจะบอกว่า บริษัทของเขาไม่เน้นเรื่องการขาย แต่ร้อยทั้งร้อย จะต้องมี
"กำไรจากการขายปลีก" อยู่ในแผนรายได้/แผนการจ่ายผลตอบแทน เป็นข้อแรก ที่จริงแล้วตัวบริษัทประเภทธุรกิจเครือข่ายเอง ก็ไม่ได้เน้นในเรื่องของการขายปลีก เพราะผู้ซื้อปลีกถือว่าเป็นลูกค้าจร จะซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ บริษัทฯไม่สามารถควบคุมความถี่ในเรื่องของการซื้อได้ ดังนัึ้นบริษัทฯจึงเน้นการหาสมาชิก ในการเป็นสมาชิกก็มีอยู่หลายระดับ ตั้งแต่ ระดับผู้บริโภค ไปจนถึงนักธุรกิจระดับกลางและระดับใหญ่ การสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกในระดับนักธุรกิจของทุกบริษัท จะมีข้อกำหนดในเรื่องของตัวเงินที่เข้ามาซื้อสินค้า แน่นอนว่าจำนวนเงินที่ต้องใช้ในการเข้าร่วมธุรกิจครั้งแรก จะได้ผลิตภัณฑ์กลับไปมากกว่า 1 ชิ้น แล้วยังมีข้อกำหนดที่จะต้องรักษายอด หรือเรียกว่า ซื้อซ้ำทุกเดือน เพื่อรักษาสิทธิในการได้รับรายได้ตามแผน เห็นไหมครับว่า เกิดการซื้อขึ้นแล้ว และจะมีการซื้อซ้ำเกิดขึ้นตามมาด้วย ทีนี้บริษัทฯก็จะได้ลูกค้าประจำเลยทีเดียว แล้วหน้าที่ของนักธุรกิจเครือข่ายประการแรกก็คือ การหาสมาชิก หรือ การสปอนเซอร์ผู้เข้ามาทำธุรกิจ แล้วจะบอกว่า ทำธุรกิจเครือข่ายไม่ต้องขายของได้อย่างไร ดังนั้น การหาสมาชิก/การสปอนเซอร์ ก็คือ การขาย หนำซ้ำยังเป็นการขายแบบชุดใหญ่ หรือเรียกว่าขายเป็น Lot อีกด้วย

ทำธุรกิจเครือข่าย แค่ซื้อกินซื้อใช้ ก็มีรายได้

ในแผนรายได้ หรือ แผนการจ่ายผลตอบแทนของบางบริษัท มีระบุถึงการจ่ายผลตอบแทน หรือบางทีเรียกว่า โบนัส เมื่อสมาชิกมีคะแนนส่วนตัวในแต่ละเดือนถึงตามที่กำหนด อันนี้ก็ไม่ใช่รายได้ ที่ถูกต้องน่าจะเรียกว่าส่วนลดพิเศษจะเหมาะกว่า เพื่อน ๆ ลองพิจารณาดูตัวอย่างจาก Tesco Lotus ก็ได้ ถ้าใครมี Club Card นั่นหมายความว่าเป็นสมาชิกใช่ไหมครับ ในการซื้อสินค้าจะมีการได้คะแนนสะสมด้วย เมื่อมีคะแนนถึงตามที่กำหนด ก็จะได้คูปองเอาไว้ใช้แทนเงินสด อย่างนี้เรียกว่าเป็น รายได้ หรือเปล่า ถ้าใช่ก็ยุ่งหละ เดียวสรรพากรมาตามเก็บภาษีแน่เลย

แนวคิดทั้งหมดที่ได้กล่าวมาแล้ว เป็นแนวคิดที่ถ่ายทอดกันมารุ่นสู่รุ่น เพื่อน ๆ อาจได้รับการถ่ายทอดจนเชื่อไปตามนั้น หากต้องการทำธุรกิจเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องเปลี่ยนแนวคิดเหล่านี้โดยด่วน แล้วเพื่อน ๆ จะพบว่างานที่จะต้องทำอันดับแรกคือ การหาสมาชิก (สร้างองค์กรของเรา) ซึ่งก็คือ การทำการตลาด นั่นเอง หลังจากนั้นจะต้อง เพิ่มศักยภาพให้แก่สมาชิกในองค์กรของเรา หรือที่เรียกว่า การสร้างผู้นำ

หากเพื่อน ๆ ต้องการประสบความสำเร็จ พร้อมที่จะเปลี่ยนแนวคิด พร้อมที่จะเรียนรู้วิธีการทำการตลาด ผมและทีมงานพร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ รวมถึงการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการทำการตลาดให้แก่เพื่อน ๆ โดยสามารถเข้าไปศึกษาได้ที่ "GiveAndRich โรงเรียนสอนทำธุรกิจ" หากเพื่อน ๆ ทำธุรกิจเครือข่ายอยู่แล้ว สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้กับธุรกิจของตัวเอง โดยไม่ต้องย้ายค่าย หรือ ย้ายทีม แต่อย่างใด

แด่ความสำเร็จของเพื่อน ๆ
Mr.Supawat