สวัสดีครับ ก่อนอื่นขอแนะนำตัวเองก่อนนะครับ ผม Mr.Supawat จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะเศรษฐศาสตร์ ปัจจุบันทำธุรกิจส่วนตัว เปิดศูนย์อาหาร มีทั้งขายเองและให้เช่าพื้นที่ เนื่องจากธุรกิจของผมเปิดมาได้ 6 ปีแล้ว มันก็อยู่ตัวแล้ว จึงมีเวลาว่างพอสมควร ผมเลยถือโอกาสเข้าร่วมทำ ธุรกิจเครือข่าย เพื่อหารายได้อีกทาง
สำหรับท่านที่ทำ ธุรกิจเครือข่าย อยู่ตอนนี้ หรือสนใจที่จะทำ เห็นหัวข้อบทความแล้วอาจคิดว่าผมเพี้ยนหรือเปล่า ในเมื่อบอกว่าผมเองเป็น นักธุรกิจเครือข่าย แล้วทำไมถึงเขียนบทความในหัวข้อ "อย่าทำ ธุรกิจเครือข่าย&ธุรกิจออนไลน์" ต้องขอยืนยันว่า ผมไม่เพี้ยนครับ มาอ่านบทความกันก่อนครับ ว่า ให้สาระอะไรกับท่านบ้าง
ธุรกิจเครือข่าย คือ ธุรกิจที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจ สามารถเข้าร่วมงานในฐานะ นักธุรกิจเครือข่าย เพื่อสร้างเครือข่ายผู้บริโภค และสร้างรายได้อย่างมั่นคง สามารถเกษียณได้ เป็นคำนิยามที่ นักธุรกิจเครือข่าย ส่วนใหญ่มักจะใช้อธิบายความหมายของ ธุรกิจเครือข่าย อยู่เสมอ ถ้าจะพูดภาษาชาวบ้านก็คือ ให้คนที่เข้าร่วมทำธุรกิจ ไปหาคนมาสมัครทำธุรกิจเหมือนเขานั่นเอง
แล้วทีนี้หลายท่านอาจสงสัยว่า ธุรกิจเครือข่าย สร้างรายได้ให้จริงไหม ผมขอตอบว่าจริงครับ แต่จะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกในองค์กรของคุณ คือ คุณสามารถแนะนำ/หาคนมาทำธุรกิจได้มากน้อยแค่ ไหน และคนที่คุณแนะนำ/หามา ทำต่อได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงรุ่นต่อ ๆ ไปด้วย Concept ก็มีประมาณนี้ ถ้าองค์กรของคุณมีสมาชิกจำนวนมากและเหล่าสมาชิกทั้งหลายยังทำงานกันอย่างต่อเนื่อง คุณก็จะมีรายได้อย่างมหาศาล(จริง ๆ นะ ไม่ได้โม้....)
ระยะหลังเริ่มมีการทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ตเลยเรียกกันติดปากว่า ธุรกิจออนไลน์ ซึ่งอันที่จริงแล้ว ความหมายของ ธุรกิจออนไลน์ ไม่ใช่แค่หมายความถึง ธุรกิจเครือข่าย เพียงอย่างเดียว ไว้โอกาสหน้าผมจะมาอธิบายให้ฟังว่าที่จริงแล้ว ธุรกิจออนไลน์ คืออะไร ตอนนี้มาดูกันต่อว่าทำไมผมถึงบอกว่า "อย่าทำ ธุรกิจเครือข่าย&ธุรกิจออนไลน์"
จากการคลุกคลีอยู่ในวงการเป็นเวลาแรมปี ผมพบว่า ผู้คนส่วนมากกว่า 95% ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งที่ต้องอำลาวงการไป หรือแม้กระทั่งย้ายไปทำ ธุรกิจเครือข่าย บริษัทใหม่ค่ายใหม่(ย้ายแล้วย้ายเล่า) โดยเหตุผลนานับประการ เช่น ถูก Upline (ผู้ที่แนะนำ) ทอดทิ้ง ไม่มีคนสอนงาน งานลักษณะนี้ไม่เหมาะกับตัวเอง สินค้าไม่ดี สินค้าแพง ต้องใช้เงินลงทุนสูงในการเข้าร่วมธุรกิจทำให้หาคนใหม่ยาก และอื่น ๆ อีกเพียบ เขาเหล่านั้นจึงเกิดอาการ "ถอย....ดีกว่า ไม่อาววววว....ดีกว่า" หรือไม่ก็ "ออก.......อย่างนี้ต้องลาออก" ผมเองก็เกือบไปเหมือนกัน ผมเลยมานั่งคิดว่า(ใช้คำว่าวิเคราะห์ หรูไปหรือเปล่า) อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ผู้คนเหล่านี้ไม่ประสบความสำเร็จ(จริง ๆ แล้วก็ตัวผมเองนี่แหละ) ผมพบว่า มีอยู่แค่ 2 ประการเท่านั้นเอง คือ ขาดแคลนผู้มุ่งหวัง และไม่มีวิธีการหาผู้มุ่งหวัง เมื่อไม่มีผู้มุ่งหวังรายใหม่ที่เข้ามาร่วมธุรกิจก็เลยไม่มีรายได้กลับมา เป็นผลให้ทุนร่อยหรอ ไม่สามารถยืนระยะอยู่ได้ แล้วเค้าทำยังไงกันเล่าถึงล้มเหลว ไปดูกันต่อ
สาเหตุ ของความล้มเหลว ก็เนื่องมาจากวิธีการทำงาน ธุรกิจเครือข่ายเกิดขึ้นบนโลกเบี้ยว ๆ ใบนี้มาได้ 60 กว่าปีแล้ว (ผมว่าแก่กว่าพวกเราทุกคนท่านอ่านบทความอยู่รวมทั้งผมด้วย) เนื่องจากสมัยนั้นการสื่อสารยังไม่ทันสมัย การคมนาคมก็ไม่สะดวก วิธีการทำงานจึงทำอยู่ในวงแคบ ๆ บอกต่อกันในหมู่คนรู้จัก ญาติสนิทมิตรสหาย แต่อะไรจะไปได้เร็วและไกลได้เท่าลมปากของคน ธุรกิจเครือข่าย เลยประสบความสำเร็จและยั่งยืนมาอยู่ถึงทุกวันนี้ เป็นผลให้วิธีการนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีการที่ถูกต้อง ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว(นักธุรกิจเครือข่ายระดับสูงชอบพูดจังคำนี้) วิธีการนี้ นักธุรกิจเครือข่าย จะเรียกกันว่า Offline รายละเอียดของวิธีการทำงานแบบ Offline ที่ทำกันเหมือนกันทุกบริษัทในปัจจุบันมีดังนี้
• ลิสต์รายชื่อผู้มุ่งหวัง (ก็คนที่รู้จักนั่นแหละ)
• โทรนัดหมาย
• เข้าพบเพื่อแนะนำบริษัท ผลิตภัณฑ์ โอกาสทางธุรกิจ (เรียกให้หรูว่า STP ย่อมาจาก Show the Plan, Share the Product) หรืออาจใช้เอกสารประกอบจำพวก โบชัวร์ , CD
• เชิญเข้าร่วมงานต่าง ๆ ที่บริษัทจัดขึ้น เพื่อกระตุ้นต่อมอยากในใจคน (Motivate)
• ปิดการสมัคร
• เข้าอบรมหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาตนเอง
• แล้วก็สอนให้ผู้สมัครใหม่ ทำตามขั้นตอนเหมือนเดิม
ไม่ใช่วิธีแบบเดิม ๆ จะไม่ได้ผลทั้งหมด มีคนที่ประสบความสำเร็จจากวิธีแบบเดิม ๆ ก็มี(น้อย) ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีความคิดริเริ่ม(อันนี้ชมจากใจจริง) เห็นว่านี่มันยุคอะไรแล้วพ่อคู้ณณณณณ.............นี่มันยุคดิจิตอลแล้ว ต้องไปทำงานกันบนอินเตอร์เน็ต จึงเกิดการทำงานที่เรียกว่า Online มีเว็บไซด์เป็นของตัวเอง แนะนำธุรกิจกันผ่านระบบ Conference แล้วใครหละจะเข้ามาดูเว็บเรา ใครหละจะมาประชุมฟังการบรรยาย งั้นก็ต้องลงโฆษณาในอินเตอร์เน็ตและเกิดวิธีการทำ Spam mail คือ การส่ง e-mail ไปยังคนที่เราไม่รู้จัก ไม่ต้องสนใจว่าผู้รับต้องการรับข่าวสารที่ส่งไปไหม มีความสนใจในธุรกิจของผู้ส่งไหม เพื่อผลอย่างเดียวคือสร้างโอกาสให้ผู้กระทำ แล้วก็ถ่ายทอดวิธีกันต่อไป การทำงานทั้ง Offline – Online มีค่าใช้จ่าย ซึ่งแน่นอนที่สุด คุณจ่ายเอง ไม่สามารถไปเบิกจากเสาไฟฟ้าได้
จากการทำงานทั้ง Offline - Online ผมพบว่ายังมีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก ไม่สนใจก็เยอะ แล้วอะไรถึงทำให้ยังมีผู้คนสนใจ ก็เพราะพื้นฐานในจิตใจของคนที่ว่า อยากสบาย อยากรวย อยากมีชีวิตยืนยาว อยากมีสุขภาพแข็งแรง ไม่อยากทำงาน มีเวลาว่างมาก ๆ ส่วนที่ไม่สนใจก็เพราะ กลัวถูกหลอก กลัวทำไม่ได้ ยังเข็ดอยู่ ไม่เชื่อว่าทำได้จริง ได้รับคำเตือนว่า "อย่าทำธุรกิจเครือข่าย" จากผู้คนรอบข้างและผู้คนที่ล้มเหลวมาก่อน(แปลกแฮะ เชื่อคนแพ้ ไม่เชื่อคนชนะ)
แล้วทำไมผมยังทำ ธุรกิจเครือข่าย ก็เพราะยังมีผู้คนที่สนใจอย่างที่ผมบอกไปแล้ว เมื่อยังมีคนสนใจทำไมผมจะต้องเลิกหละ ในทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อมี Demand ก็ต้องมี Supply แต่ วิธีการที่กล่าวมาทั้ง Offline - Online ผมทำมาหมดแล้ว สำเร็จก็ไม่เยอะ เจ็บมาก็แยะ แต่โดยรวมแล้วผลตอบแทนที่ได้รับกลับมายังไม่คุ้มกับเงินลงทุนและเวลาทีเสียไป เป็นเพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะผมสวมบทผู้ไล่ล่า ไม่มีความเชี่ยวชาญ ก่อนเข้าร่วม ธุรกิจเครือข่าย ฉลาดยังไงก็ยังคงฉลาดเท่าเดิม(หรือว่าโง่ยังไงก็โง่ยังงั้น) ซึ่งก็เหมือนกับผู้คนส่วนใหญ่ที่ล้มเหลว
ผมเสาะแสวงหาวิธีการ ความรู้ใหม่ๆ ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ เพราะผมเชื่อมั่นว่า ธุรกิจเครือข่าย สามารถทำให้ผมประสบความสำเร็จ ให้ผลตอบแทนมหาศาลแก่ผมได้ จนในที่สุดผมพบทางออก ทางออกก็คือ ต้องเป็น ผู้ที่มีความรู้ในการทำธุรกิจเครือข่าย มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการตลาด และเป็นผู้ให้ ซึ่งจะดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลเข้ามาหาผมเอง มาขอคำแนะนำ ขอร่วมทำธุรกิจกับผมเอง ทางออกที่ว่าก็คือ "ระบบดึงดูดอัตโนมัติ" ซึ่งผมเริ่มต้นจาก "คัมภีร์แรงดึงดูด" ที่ทำให้ผมเปลี่ยนความคิด ได้พบวิธีการทำงานแบบใหม่ ทันสมัย ทำงานอยู่ที่บ้าน และที่สำคัญที่สุดแทบไม่ต้องใช้เงินลงทุนเลย ซึ่งคุณก็สามารถเริ่มต้นได้เช่นเดียวกับผมได้ ที่นี่ แบบฟรี ๆ
ทั้งหมดคือสาเหตุว่าที่ผมบอกว่า "อย่าทำ ธุรกิจเครือข่าย&ธุรกิจออนไลน์" ถ้าคุณ "ไม่มีวิธีการ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ และไม่สามารถเป็นผู้ให้ได้"
โอกาสหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังว่า "ทำไม คุณถึงต้องทำธุรกิจเครือข่าย" และ "ทำอย่างไร ให้ประสบความสำเร็จใน ธุรกิจเครือข่าย" ติดตามได้ในบทความต่อ ๆ ไปครับ
สำหรับท่านที่ทำ ธุรกิจเครือข่าย อยู่ตอนนี้ หรือสนใจที่จะทำ เห็นหัวข้อบทความแล้วอาจคิดว่าผมเพี้ยนหรือเปล่า ในเมื่อบอกว่าผมเองเป็น นักธุรกิจเครือข่าย แล้วทำไมถึงเขียนบทความในหัวข้อ "อย่าทำ ธุรกิจเครือข่าย&ธุรกิจออนไลน์" ต้องขอยืนยันว่า ผมไม่เพี้ยนครับ มาอ่านบทความกันก่อนครับ ว่า ให้สาระอะไรกับท่านบ้าง
ธุรกิจเครือข่าย คือ ธุรกิจที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจ สามารถเข้าร่วมงานในฐานะ นักธุรกิจเครือข่าย เพื่อสร้างเครือข่ายผู้บริโภค และสร้างรายได้อย่างมั่นคง สามารถเกษียณได้ เป็นคำนิยามที่ นักธุรกิจเครือข่าย ส่วนใหญ่มักจะใช้อธิบายความหมายของ ธุรกิจเครือข่าย อยู่เสมอ ถ้าจะพูดภาษาชาวบ้านก็คือ ให้คนที่เข้าร่วมทำธุรกิจ ไปหาคนมาสมัครทำธุรกิจเหมือนเขานั่นเอง
แล้วทีนี้หลายท่านอาจสงสัยว่า ธุรกิจเครือข่าย สร้างรายได้ให้จริงไหม ผมขอตอบว่าจริงครับ แต่จะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกในองค์กรของคุณ คือ คุณสามารถแนะนำ/หาคนมาทำธุรกิจได้มากน้อยแค่ ไหน และคนที่คุณแนะนำ/หามา ทำต่อได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงรุ่นต่อ ๆ ไปด้วย Concept ก็มีประมาณนี้ ถ้าองค์กรของคุณมีสมาชิกจำนวนมากและเหล่าสมาชิกทั้งหลายยังทำงานกันอย่างต่อเนื่อง คุณก็จะมีรายได้อย่างมหาศาล(จริง ๆ นะ ไม่ได้โม้....)
ระยะหลังเริ่มมีการทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ตเลยเรียกกันติดปากว่า ธุรกิจออนไลน์ ซึ่งอันที่จริงแล้ว ความหมายของ ธุรกิจออนไลน์ ไม่ใช่แค่หมายความถึง ธุรกิจเครือข่าย เพียงอย่างเดียว ไว้โอกาสหน้าผมจะมาอธิบายให้ฟังว่าที่จริงแล้ว ธุรกิจออนไลน์ คืออะไร ตอนนี้มาดูกันต่อว่าทำไมผมถึงบอกว่า "อย่าทำ ธุรกิจเครือข่าย&ธุรกิจออนไลน์"
จากการคลุกคลีอยู่ในวงการเป็นเวลาแรมปี ผมพบว่า ผู้คนส่วนมากกว่า 95% ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งที่ต้องอำลาวงการไป หรือแม้กระทั่งย้ายไปทำ ธุรกิจเครือข่าย บริษัทใหม่ค่ายใหม่(ย้ายแล้วย้ายเล่า) โดยเหตุผลนานับประการ เช่น ถูก Upline (ผู้ที่แนะนำ) ทอดทิ้ง ไม่มีคนสอนงาน งานลักษณะนี้ไม่เหมาะกับตัวเอง สินค้าไม่ดี สินค้าแพง ต้องใช้เงินลงทุนสูงในการเข้าร่วมธุรกิจทำให้หาคนใหม่ยาก และอื่น ๆ อีกเพียบ เขาเหล่านั้นจึงเกิดอาการ "ถอย....ดีกว่า ไม่อาววววว....ดีกว่า" หรือไม่ก็ "ออก.......อย่างนี้ต้องลาออก" ผมเองก็เกือบไปเหมือนกัน ผมเลยมานั่งคิดว่า(ใช้คำว่าวิเคราะห์ หรูไปหรือเปล่า) อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ผู้คนเหล่านี้ไม่ประสบความสำเร็จ(จริง ๆ แล้วก็ตัวผมเองนี่แหละ) ผมพบว่า มีอยู่แค่ 2 ประการเท่านั้นเอง คือ ขาดแคลนผู้มุ่งหวัง และไม่มีวิธีการหาผู้มุ่งหวัง เมื่อไม่มีผู้มุ่งหวังรายใหม่ที่เข้ามาร่วมธุรกิจก็เลยไม่มีรายได้กลับมา เป็นผลให้ทุนร่อยหรอ ไม่สามารถยืนระยะอยู่ได้ แล้วเค้าทำยังไงกันเล่าถึงล้มเหลว ไปดูกันต่อ
สาเหตุ ของความล้มเหลว ก็เนื่องมาจากวิธีการทำงาน ธุรกิจเครือข่ายเกิดขึ้นบนโลกเบี้ยว ๆ ใบนี้มาได้ 60 กว่าปีแล้ว (ผมว่าแก่กว่าพวกเราทุกคนท่านอ่านบทความอยู่รวมทั้งผมด้วย) เนื่องจากสมัยนั้นการสื่อสารยังไม่ทันสมัย การคมนาคมก็ไม่สะดวก วิธีการทำงานจึงทำอยู่ในวงแคบ ๆ บอกต่อกันในหมู่คนรู้จัก ญาติสนิทมิตรสหาย แต่อะไรจะไปได้เร็วและไกลได้เท่าลมปากของคน ธุรกิจเครือข่าย เลยประสบความสำเร็จและยั่งยืนมาอยู่ถึงทุกวันนี้ เป็นผลให้วิธีการนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีการที่ถูกต้อง ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว(นักธุรกิจเครือข่ายระดับสูงชอบพูดจังคำนี้) วิธีการนี้ นักธุรกิจเครือข่าย จะเรียกกันว่า Offline รายละเอียดของวิธีการทำงานแบบ Offline ที่ทำกันเหมือนกันทุกบริษัทในปัจจุบันมีดังนี้
• ลิสต์รายชื่อผู้มุ่งหวัง (ก็คนที่รู้จักนั่นแหละ)
• โทรนัดหมาย
• เข้าพบเพื่อแนะนำบริษัท ผลิตภัณฑ์ โอกาสทางธุรกิจ (เรียกให้หรูว่า STP ย่อมาจาก Show the Plan, Share the Product) หรืออาจใช้เอกสารประกอบจำพวก โบชัวร์ , CD
• เชิญเข้าร่วมงานต่าง ๆ ที่บริษัทจัดขึ้น เพื่อกระตุ้นต่อมอยากในใจคน (Motivate)
• ปิดการสมัคร
• เข้าอบรมหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาตนเอง
• แล้วก็สอนให้ผู้สมัครใหม่ ทำตามขั้นตอนเหมือนเดิม
ไม่ใช่วิธีแบบเดิม ๆ จะไม่ได้ผลทั้งหมด มีคนที่ประสบความสำเร็จจากวิธีแบบเดิม ๆ ก็มี(น้อย) ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีความคิดริเริ่ม(อันนี้ชมจากใจจริง) เห็นว่านี่มันยุคอะไรแล้วพ่อคู้ณณณณณ.............นี่มันยุคดิจิตอลแล้ว ต้องไปทำงานกันบนอินเตอร์เน็ต จึงเกิดการทำงานที่เรียกว่า Online มีเว็บไซด์เป็นของตัวเอง แนะนำธุรกิจกันผ่านระบบ Conference แล้วใครหละจะเข้ามาดูเว็บเรา ใครหละจะมาประชุมฟังการบรรยาย งั้นก็ต้องลงโฆษณาในอินเตอร์เน็ตและเกิดวิธีการทำ Spam mail คือ การส่ง e-mail ไปยังคนที่เราไม่รู้จัก ไม่ต้องสนใจว่าผู้รับต้องการรับข่าวสารที่ส่งไปไหม มีความสนใจในธุรกิจของผู้ส่งไหม เพื่อผลอย่างเดียวคือสร้างโอกาสให้ผู้กระทำ แล้วก็ถ่ายทอดวิธีกันต่อไป การทำงานทั้ง Offline – Online มีค่าใช้จ่าย ซึ่งแน่นอนที่สุด คุณจ่ายเอง ไม่สามารถไปเบิกจากเสาไฟฟ้าได้
จากการทำงานทั้ง Offline - Online ผมพบว่ายังมีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก ไม่สนใจก็เยอะ แล้วอะไรถึงทำให้ยังมีผู้คนสนใจ ก็เพราะพื้นฐานในจิตใจของคนที่ว่า อยากสบาย อยากรวย อยากมีชีวิตยืนยาว อยากมีสุขภาพแข็งแรง ไม่อยากทำงาน มีเวลาว่างมาก ๆ ส่วนที่ไม่สนใจก็เพราะ กลัวถูกหลอก กลัวทำไม่ได้ ยังเข็ดอยู่ ไม่เชื่อว่าทำได้จริง ได้รับคำเตือนว่า "อย่าทำธุรกิจเครือข่าย" จากผู้คนรอบข้างและผู้คนที่ล้มเหลวมาก่อน(แปลกแฮะ เชื่อคนแพ้ ไม่เชื่อคนชนะ)
แล้วทำไมผมยังทำ ธุรกิจเครือข่าย ก็เพราะยังมีผู้คนที่สนใจอย่างที่ผมบอกไปแล้ว เมื่อยังมีคนสนใจทำไมผมจะต้องเลิกหละ ในทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อมี Demand ก็ต้องมี Supply แต่ วิธีการที่กล่าวมาทั้ง Offline - Online ผมทำมาหมดแล้ว สำเร็จก็ไม่เยอะ เจ็บมาก็แยะ แต่โดยรวมแล้วผลตอบแทนที่ได้รับกลับมายังไม่คุ้มกับเงินลงทุนและเวลาทีเสียไป เป็นเพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะผมสวมบทผู้ไล่ล่า ไม่มีความเชี่ยวชาญ ก่อนเข้าร่วม ธุรกิจเครือข่าย ฉลาดยังไงก็ยังคงฉลาดเท่าเดิม(หรือว่าโง่ยังไงก็โง่ยังงั้น) ซึ่งก็เหมือนกับผู้คนส่วนใหญ่ที่ล้มเหลว
ผมเสาะแสวงหาวิธีการ ความรู้ใหม่ๆ ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ เพราะผมเชื่อมั่นว่า ธุรกิจเครือข่าย สามารถทำให้ผมประสบความสำเร็จ ให้ผลตอบแทนมหาศาลแก่ผมได้ จนในที่สุดผมพบทางออก ทางออกก็คือ ต้องเป็น ผู้ที่มีความรู้ในการทำธุรกิจเครือข่าย มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการตลาด และเป็นผู้ให้ ซึ่งจะดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลเข้ามาหาผมเอง มาขอคำแนะนำ ขอร่วมทำธุรกิจกับผมเอง ทางออกที่ว่าก็คือ "ระบบดึงดูดอัตโนมัติ" ซึ่งผมเริ่มต้นจาก "คัมภีร์แรงดึงดูด" ที่ทำให้ผมเปลี่ยนความคิด ได้พบวิธีการทำงานแบบใหม่ ทันสมัย ทำงานอยู่ที่บ้าน และที่สำคัญที่สุดแทบไม่ต้องใช้เงินลงทุนเลย ซึ่งคุณก็สามารถเริ่มต้นได้เช่นเดียวกับผมได้ ที่นี่ แบบฟรี ๆ
ทั้งหมดคือสาเหตุว่าที่ผมบอกว่า "อย่าทำ ธุรกิจเครือข่าย&ธุรกิจออนไลน์" ถ้าคุณ "ไม่มีวิธีการ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ และไม่สามารถเป็นผู้ให้ได้"
โอกาสหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังว่า "ทำไม คุณถึงต้องทำธุรกิจเครือข่าย" และ "ทำอย่างไร ให้ประสบความสำเร็จใน ธุรกิจเครือข่าย" ติดตามได้ในบทความต่อ ๆ ไปครับ



http://supawat-mlm.blogspot.com/
ส่วนตัวของผมก็ทำธุรกิจเครือข่ายอยู่เหมือนกันครับ แ่ต่ถ้ามองกลางๆ ก็ต้องบอกไว้ว่า ธุรกิจเครือข่าย ใช้ทุนในการสร้าง ธุรกิจของตัวเองน้อยมาก และเรียกกำไรกลับมาได้เป็นทวีคูณ
ตอบลบจริงๆแล้ว การทำบางทีต้องอาศัยจังหวะเวลา (ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงต้นสายแต่อย่างใด) แต่หมายถึง การรอคอย เพราะบางทีการแนะนำคน หรือการเปิดโอกาสธุรกิจนั้น ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะมาเข้าร่วมกับเรา แม้ว่าจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จชวนเองก็ตาม และประเด็นที่ทำให้คนส่วนมากเลิกมีอีกประเด็นนึงครับ คือเวลาชวนคนรู้จัก หรือเพื่อนสนิทใกล้ตัวแล้วประสบความล้มเหลวในการชวน
ในตอนแรกอาจจะคิดว่า เราชวนมาได้กำไรทำไมไม่มา แต่หลายๆคนมีมุมมองต่างกันออกไป โดยมากแล้ว การเริ่มต้นธุรกิจเครือข่าย ก็คือการสร้างธุรกิจขนาดย่อม เป็นของตัวเองนั่นเอง
ธุรกิจนี้จะสำเร็จหรือไม่นั้น การมองภาพธุรกิจให้ออกก็เป็นส่วนหนึ่ง ความเป็นผู้นำ ก็เกี่ยวเช่นเดียวกัน เพราะถ้าัมัวแต่จะมองภาพของผู้แนะนำ หรือที่เรียกกันว่า Upline มาคอยชี้ว่าต้องทำอย่างไร ตลอดไป ก็ไม่สามารถเป็นไปได้ แต่ภาพของธุรกิจเครือข่ายบางทีอาจจะคิดว่าทำแล้วเหนื่อย ผลลัพธ์ที่ออกมา ดูเหมือนจะไม่พอเท่าการกระทำที่เราทำไป แต่จริงๆแล้วมันก็ไม่สามารถตอบได้ทุกคนหรอกนะครับว่าทำมากเท่าไหร่ แต่ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ คนกวาดถนน หรือ พนักงานประชาสัมพันของห้างใหญ่ๆ เขาจะทำงานหนักกว่าเรา และโดยมากจะเชี่ยวชาญกว่าเราเสียอีกด้วย
ตอบโจทย์ง่ายๆ กับคนที่เข้ามาเริ่มต้นในธุรกิจว่า งานมันทำยาก ส่วนตัวผมคิดว่ามันไม่ยากเท่าไหร่นะครับ เนื่องจาก Operator หรือฝ่ายให้ข้อมูลของบริษัทหลายๆที่ ก็จำเป็นที่จะต้องฝึก เพราะทุกคนไม่มีการสอนงานแบบมือต่อมือและปากต่อปากเช่นเดียวกับธุรกิจเครือข่ายนี้ แต่ด้วยว่าเราเล็งเห็นความสบายเป็นอุปสรรคในการทำงาน บางทีเราจึงรู้สึกลำบากใจในการทำงานเท่านั้นเองครับ และหัวข้อของ blog นี้ ก็ไม่ได้เจตนาจะโจมตีธุรกิจด้านนี้ด้วย ผมก็เห็นด้วยครับ
ระบบ The First Power System
ตอบลบ(บริษัทมีที่ตั้งจริงและถูกต้องตามกฏหมายแน่นอน)
*ต้องการรับคนที่ตั้งใจและจริงจังในการทำงาน
**อายุ15ปีขึ้นไป ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์
PART-TIME 3,000 - 5,000 บาท/สัปดาห์ ขึ้นไป
FULL-TIME 5,000 - 10,000 บาท/สัปดาห์ ขึ้นไป
ดูรายละเอียดคลิกที่เว็บไซต์ข้างล่าง (สนใจสร้างรายได้กรอกข้อมูลทิ้งไว้เลย)
http://www.thefirst-one.com/clients/join/032791
ใครสนใจงานนี้...ทำง่ายๆๆ ดูเเล้วเข้าใจง่าย ถูกกฏหมายด้วย
ตอบลบhttp://www.totrustme.com/reg/jakekaraoke
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 080-7040791
“ธุรกิจที่ลดภาระการเดินทางไปมาระหว่างบ้านกับที่ทำงานและไม่มีระบบเจ้านาย คุณเลือกเวลา วิธีการ และเพื่อนร่วมงานเองได้ นี่คืออิสรภาพ”
ตอบลบพอล เซน พิลเซอร์ นักวิชาการชื่อดังของโลก บอกว่า “เรากำลังอยู่ท่ามกลางความนิยมของการทำธุรกิจอยู่ที่บ้าน..และมันไม่มีท่าทีลดถอยลงเลย”
ลองพิจรณาที่นี่ดู http://1141.aragonworld.net/